เดวิด ซิโนโพลี วัย 68 ปี โดนตำรวจจับกุมที่บ้านของเขาในเมืองแลงแคสเตอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย และตั้งข้อหาฆาตกรรม โดยเชื่อว่าเขาเป็นคนร้ายในคดีใช้อาวุธมีคมแทง ลินดี ซู บีชเลอร์ วัย 19 ปี จนเสียชีวิต เมื่อปี 2518 

ป้าและลุงของ บีชเลอร์ เป็นคนพบศพของเธอภายในอพาร์ตเมนต์ของเธอเองที่เมืองแมเนอร์ทาวน์ชิพ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2518 เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เธอโดนแทงถึง 19 แผล ที่บริเวณลำคอ ช่วงอก ลำตัวท่อนบนและด้านหลัง โดยมีดที่ใช้เป็นมีดทำครัวของเธอเอง เจ้าหน้าที่ชันสูตรระบุว่า บีชเลอร์ เสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของสำนักงานอัยการแลงแคสเตอร์ เคาน์ตี และกรมตำรวจเมืองแมนเนอร์ ทาวน์ชิพ ชี้ว่า จากการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและการตรวจสอบดีเอ็นเอเมื่อเดือน ธ.ค. 2563 ทำให้ตำรวจได้เบาะแสซึ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ ซิโนโพลี จะเป็นผู้ต้องสงสัยของคดีนี้

เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ทีมสืบสวนได้แอบเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของ ซิโนโพลี จากถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งที่เขาใช้ดื่มและทิ้งลงในถังขยะที่บริเวณสนามบินนานาชาติฟิลาเดลเฟีย ซึ่งหลังจากนำไปตรวจสอบแล้วพบว่า ดีเอ็นเอที่เก็บจากถ้วยกาแฟของ ซิโนโพลี นั้น ตรงกับดีเอ็นเอที่ได้จากคราบอสุจิที่ตรวจพบจากชุดชั้นในของ บีชเลอร์ หลังจากที่มีผู้พบศพของเธอ ซึ่งเคยมีการบันทึกข้อมูลไว้ในปี 2540 แต่ไม่สามารถหาตัวเจ้าของได้

ต่อมาในปี 2543 มีการนำข้อมูลดีเอ็นเอของอสุจิคนร้ายใส่ลงไปในระบบฐานข้อมูลอาชญากรแห่งชาติสหรัฐ แต่ก็ยังไม่มีการตรวจพบว่าตรงกับข้อมูลในคดีอื่น ๆ 

พอมาถึงเดือน ธ.ค. 2563 ทางสำนักงานอัยการแลงแคสเตอร์ เคาน์ตี ได้ขอให้ห้องแล็บของ ‘Parabon Nanolabs’ ช่วยวิเคราะห์ดีเอ็นเอของคนร้าย

Parabon Nanolabs เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ดีเอ็นเอโดยอาศัยเทคโนโลยีล่าสุด ซึ่งช่วยระบุลักษณะของผู้เป็นเจ้าของดีเอ็นเอ เช่น สีผิว สีผมและสีดวงตา ออกมาได้ และทางบริษัทก็ได้ชี้ตัว ซิโนโพลี ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนร้าย โดยเทียบเคียงจากเชื้อสายชาวอิตาลี ที่สืบทอดอยู่ในดีเอ็นเอของเขาและของคนร้าย

จากแถลงการณ์ของ เฮเธอร์ อดัมส์ อัยการรัฐประจำเขตแลงแคสเตอร์ เคาน์ตี ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการปิดคดีฆาตกรรมตกค้างที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของแลงแคสเตอร์ เคาน์ตี และหวังว่าจะช่วยให้ครอบครัวของผู้ตายหมดเรื่องค้างคาใจ หลังจากที่ต้องรอคอยโดยไม่มีคำตอบมาเป็นเวลายาวนานถึง 47 ปี